ผลวิจัยเตือน "1 เมนูปลามะเร็ง" ยิ่งกินสะสมยิ่งอันตราย แต่ยังเป็นของโปรดหลายคน!!

ผลวิจัยเตือน "1 เมนูปลามะเร็ง" ยิ่งกินสะสมยิ่งอันตราย แต่ยังเป็นของโปรดหลายคน!!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สาย "ปลารมควัน" ต้องระวัง! ผลวิจัยเผยกินบ่อยเสี่ยงมะเร็ง หมอเตือนเข้มแม้จะอร่อยแค่ไหนก็ต้องจำกัดปริมาณ

รายงานจากสื่อต่างประเทศ Daily Mail เปิดเผยคำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารเกี่ยวกับ "ปลารมควัน" (Smoked Fish) ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นเมนูยอดนิยมที่หาทานได้ง่ายขึ้น แต่กระบวนการถนอมอาหารชนิดนี้กลับแฝงไปด้วยสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ หากบริโภคมากเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงในการสะสมสารก่อมะเร็งในร่างกายได้

สารพิษที่มากับ "ควัน": กลไกที่ทำให้เกิดอันตราย

กระบวนการรมควันอาหาร ไม่ว่าจะเป็นปลา เนื้อสัตว์ หรือชีส เกิดจากการเผาไหม้ของไม้ในสภาวะที่มีออกซิเจนน้อย ซึ่งจะสร้างกลุ่มสารเคมีที่เรียกว่า PAHs (Polycyclic Aromatic Hydrocarbons)

  • PAHs คืออะไร: เป็นกลุ่มสารประกอบที่ได้รับการยืนยันว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อมะเร็ง หากร่างกายได้รับในปริมาณที่สูงเกินไป

  • ความเสี่ยงที่ตามมา: การบริโภคอาหารที่มีค่า PAHs สูงอย่างต่อเนื่อง สัมพันธ์กับการเพิ่มความเสี่ยงของ มะเร็งเต้านม, มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งลำไส้ใหญ่

  • ปลาที่มีไขมันสูงยิ่งเสี่ยง: ดร. อิโดโล อิฟี จากมหาวิทยาลัยลีดส์ อธิบายว่า ยิ่งอาหารมีไขมันสูง (เช่น ปลาแซลมอน หรือปลาซาบะ) สาร PAHs จะยิ่งยึดเกาะได้ดีขึ้น เนื่องจากไขมันที่หยดลงไปโดนความร้อนจะสร้างควันพิษที่ย้อนกลับมาเกาะบนตัวปลาซ้ำ

ผลวิจัยชี้ "รมควัน" อันตรายกว่า "ปิ้งย่าง"

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Discover Food ปี 2024 ระบุว่า เนื้อสัตว์และปลารมควันมีระดับสาร PAHs สูงกว่าการนำไปย่างทั่วไป โดยเฉพาะใน ปลาแมกเคอเรลรมควัน พบว่ามีระดับสารก่อมะเร็งสูงเกินกว่าเกณฑ์ที่สหภาพยุโรป (EU) แนะนำ

กินอย่างไรให้ปลอดภัย? คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

ผู้เชี่ยวชาญไม่ได้ห้ามกินปลารมควันโดยเด็ดขาด แต่แนะนำให้ยึดหลัก "ทางสายกลาง" ดังนี้:

  1. จำกัดปริมาณ: แนะนำให้รับประทานอาหารรมควันไม่เกิน 1 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อป้องกันการสะสมสารพิษในร่างกาย

  2. เลือกวิธีปรุงอื่น: หากต้องการสารอาหารอย่าง โอเมก้า-3 ควรเลือกทานปลาแบบ ต้ม, นึ่ง หรือย่าง แทนการรมควัน

  3. ระวังโซเดียม: อาหารรมควันมักมีเกลือสูงมาก ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อความดันโลหิต

 ท้ายที่สุดแล้ว การดูแลสุขภาพไม่ได้แปลว่าเราต้องตัดขาดจากความอร่อยของปลารมควันไปโดยสิ้นเชิง แต่คือการรู้จักเลือกและรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม กฎง่ายๆ คือการจำกัดการบริโภคเพียงสัปดาห์ละครั้ง และสลับไปใช้วิธีปรุงอาหารที่ปลอดภัยกว่าอย่างการนึ่ง ต้ม หรือย่างที่ไม่สัมผัสควันโดยตรง เพราะการป้องกันความเสี่ยงจากสารสะสมตั้งแต่วันนี้ ย่อมดีกว่าการตามรักษาผลลัพธ์ที่ประเมินค่าไม่ได้ในอนาคต

 

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
NewsPulse
กำลังโหลดข้อมูล