ฮือฮา! "อภิรักษ์ โกฎธิ" ถูกพิพากษาจำคุก 49,110 ปี คดี Forex 3D เผยตัวเลขที่แท้ ติดคุกจริงกี่ปี?

ฮือฮา! "อภิรักษ์ โกฎธิ" ถูกพิพากษาจำคุก 49,110 ปี คดี Forex 3D เผยตัวเลขที่แท้ ติดคุกจริงกี่ปี?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ศาลสั่งจำคุก 49,110 ปี แต่ติดจริงกี่ปี? ไขข้อสงสัยคำพิพากษา “อภิรักษ์ Forex-3D”

กลายเป็นตัวเลขที่สร้างความสงสัยอย่างมาก หลังศาลอาญามีคำพิพากษาคดีแชร์ลูกโซ่ Forex-3D สั่งจำคุก อภิรักษ์ โกฎธิ ผู้บริหาร Forex-3D พร้อมพวกรวม 5 คน คนละ 49,110 ปี จากความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชนและความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฯ

เมื่อเห็นระยะเวลาจำคุกยาวนานหลายหมื่นปี หลายคนจึงตั้งคำถามว่า จำเลยต้องอยู่ในเรือนจำตามตัวเลขดังกล่าวจริงหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ต้องรับโทษจำคุกจริงถึง 49,110 ปี เพราะประมวลกฎหมายอาญากำหนดเพดานการรวมโทษไว้ โดยในคดีนี้ศาลกำหนดให้รับโทษจำคุกสูงสุดคนละ 20 ปี

คดี Forex-3D ศาลพิพากษาอย่างไร?

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก อ่านคำพิพากษาคดี Forex-3D หมายเลขดำที่ อ.853/2564 ซึ่งพนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องอภิรักษ์ พร้อมบริษัทที่เกี่ยวข้องและพวกรวม 24 คน ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฯ

คดีนี้สืบเนื่องจากการโฆษณาชักชวนประชาชนผ่านเว็บไซต์และเฟซบุ๊ก Forex-3D ให้นำเงินมาลงทุนซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยอ้างว่ามีทีมงานมืออาชีพบริหารเงินให้ พร้อมรับประกันเงินต้นและผลตอบแทน มีผู้เข้าร้องทุกข์กว่า 9,800 ราย มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 2,489 ล้านบาท

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า กลุ่มผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องหลักมีพฤติการณ์กระทำความผิดจริง จึงพิพากษาจำคุกอภิรักษ์กับพวกรวม 5 คน กระทงละ 5 ปี จำนวน 9,822 กระทง เมื่อนำโทษทุกกระทงมารวมกันจึงได้คนละ 49,110 ปี

นอกจากนี้ ศาลยังมีคำสั่งเกี่ยวกับค่าปรับนิติบุคคลรวมหลายพันล้านบาท และให้กลุ่มจำเลยที่กระทำผิดร่วมกันคืนเงินแก่ผู้เสียหายตามจำนวนจริงพร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย ส่วนจำเลยรายอื่นที่พยานหลักฐานไม่เพียงพอ ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง

ทำไมศาลจึงต้องคำนวณโทษออกมาเป็น 49,110 ปี?

ตัวเลข 49,110 ปีไม่ได้เกิดจากการตั้งตัวเลขขึ้นมาเพื่อสร้างความรุนแรงของคำพิพากษา แต่เป็นผลจากหลักกฎหมายเรื่อง ความผิดหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ เมื่อการกระทำแต่ละครั้งเป็นความผิดแยกจากกัน ศาลต้องพิจารณาและลงโทษเป็นรายกระทง

คดีนี้ศาลลงโทษกระทงละ 5 ปี จำนวน 9,822 กระทง เมื่อนำมาคำนวณจึงเป็น 5 คูณ 9,822 เท่ากับ 49,110 ปี ตัวเลขดังกล่าวจึงแสดงจำนวนโทษทั้งหมดก่อนนำบทบัญญัติเรื่องเพดานการรับโทษจำคุกรวมมาใช้

หลักการลงโทษแยกเป็นรายกระทงยังสะท้อนว่าความเสียหายไม่ได้เกิดจากการกระทำเพียงครั้งเดียว แต่เกี่ยวข้องกับผู้เสียหายและธุรกรรมจำนวนมาก ศาลจึงต้องวินิจฉัยความผิดแต่ละกรรม ก่อนรวมโทษตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

สรุปแล้ว “อภิรักษ์ Forex-3D” ติดคุกจริงกี่ปี?

แม้ผลรวมโทษตามคำพิพากษาจะอยู่ที่ 49,110 ปี แต่ในคดีนี้ อภิรักษ์และจำเลยที่ถูกลงโทษจำคุกจะรับโทษสูงสุดคนละ 20 ปี ตามเพดานในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เนื่องจากความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี

ดังนั้น คำว่า “จำคุก 49,110 ปี” คือผลรวมโทษจากทุกกระทง ไม่ใช่ระยะเวลาที่ต้องอยู่ในเรือนจำจริงตามจำนวนปีดังกล่าว เมื่อกฎหมายกำหนดเพดานไว้ที่ 20 ปี ศาลจึงสั่งให้จำคุกจริงตามคำพิพากษาไม่เกินระยะเวลานี้

อย่างไรก็ตาม คำว่า “ติดจริง 20 ปี” ในที่นี้หมายถึงโทษจำคุกสูงสุดตามคำพิพากษาของคดีดังกล่าว ไม่ใช่การระบุวันพ้นโทษที่แน่นอน เพราะระยะเวลาคงเหลืออาจต้องพิจารณาวันเริ่มคุมขัง การหักวันถูกคุมขังระหว่างพิจารณา ผลของคดีในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกา ตลอดจนหลักเกณฑ์ตามกฎหมายราชทัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

มาตรา 91 กำหนดเพดานโทษจำคุกไว้อย่างไร?

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 กำหนดว่า เมื่อบุคคลหนึ่งกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ศาลต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด แต่เมื่อรวมโทษจำคุกทุกกระทงแล้ว จะต้องไม่เกินเพดานที่กฎหมายกำหนด โดยแบ่งเป็น 3 กรณีตามอัตราโทษของกระทงที่หนักที่สุด

  • จำคุกรวมไม่เกิน 10 ปี หากความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 3 ปี
  • จำคุกรวมไม่เกิน 20 ปี หากความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกสูงสุดเกิน 3 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี
  • จำคุกรวมไม่เกิน 50 ปี หากความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกสูงสุดเกิน 10 ปีขึ้นไป เว้นแต่ศาลลงโทษจำคุกตลอดชีวิต

คดี Forex-3D ครั้งนี้เข้าหลักเกณฑ์ข้อที่ 2 จึงมีเพดานโทษจำคุกรวมอยู่ที่ 20 ปี แม้เมื่อนำโทษทุกกระทงมาบวกกันแล้วจะได้ถึง 49,110 ปีก็ตาม

โทษจำคุก ค่าปรับ และเงินชดใช้ เป็นคนละส่วนกัน

อีกประเด็นที่อาจทำให้เกิดความสับสนคือ ตัวเลขโทษจำคุก ค่าปรับ และเงินที่ต้องคืนผู้เสียหายล้วนเป็นมาตรการทางกฎหมายคนละส่วน โทษจำคุกเป็นโทษที่ใช้กับบุคคลธรรมดาซึ่งศาลวินิจฉัยว่ากระทำผิด ส่วนค่าปรับอาจใช้กับทั้งบุคคลและนิติบุคคลตามฐานความผิดและคำพิพากษา

ขณะที่การชดใช้เงินแก่ผู้เสียหายเป็นความรับผิดทางทรัพย์สิน ไม่ได้หายไปเพียงเพราะโทษจำคุกถูกจำกัดไว้ที่ 20 ปี กล่าวอีกนัยหนึ่ง เพดานตามมาตรา 91 จำกัดเฉพาะระยะเวลาจำคุกรวม แต่ไม่ได้ลดจำนวนเงินค่าปรับหรือสิทธิของผู้เสียหายที่จะได้รับการชดใช้ตามคำพิพากษา

เหตุใดข่าวคดีใหญ่จึงมักมีโทษจำคุกนับพันปี?

คดีที่มีผู้เสียหายจำนวนมากหรือมีการกระทำผิดซ้ำหลายครั้ง มักมีจำนวนกระทงสูง เมื่อศาลลงโทษแต่ละกระทงแล้วนำมารวมกัน จึงเกิดตัวเลขจำคุกตั้งแต่หลักร้อย หลักพัน ไปจนถึงหลายหมื่นปีได้ ลักษณะนี้พบได้ในคดีฉ้อโกงประชาชน แชร์ลูกโซ่ หรือคดีที่มีธุรกรรมผิดกฎหมายจำนวนมาก

ดังนั้น เมื่อพบพาดหัวข่าวว่าศาลสั่งจำคุกหลายพันปี ไม่ควรตีความทันทีว่าจำเลยจะต้องอยู่ในเรือนจำตามจำนวนปีทั้งหมด ต้องตรวจสอบต่อว่าความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษเท่าใด และศาลกำหนดเพดานโทษจำคุกรวมตามมาตรา 91 ไว้กี่ปี

สรุปคดีอภิรักษ์ Forex-3D

คำพิพากษาจำคุกอภิรักษ์ โกฎธิ และพวกรวม 5 คน คนละ 49,110 ปี เป็นผลจากการลงโทษกระทงละ 5 ปี รวม 9,822 กระทง แต่กฎหมายไทยไม่ได้ให้จำคุกตามผลรวมหลายหมื่นปีโดยไม่มีเพดาน เมื่อใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 แล้ว จึงเหลือโทษจำคุกสูงสุดตามคำพิพากษาคนละ 20 ปี

ตัวเลข 49,110 ปีจึงมีความหมายในฐานะผลรวมของความผิดทุกกระทง ส่วนตัวเลข 20 ปีคือเพดานโทษจำคุกรวมที่ใช้กับคดีนี้ ทั้งนี้ คำพิพากษาดังกล่าวเป็นคำพิพากษาของศาลอาญา และกระบวนการทางคดียังอาจมีการใช้สิทธิอุทธรณ์หรือฎีกาตามกฎหมายต่อไป

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
NewsPulse
กำลังโหลดข้อมูล