รู้ตัวหรือยัง? เช็กคน 5 กลุ่มที่ "ไม่ควรดื่มนมตอนเช้า" เผยผลกระทบ ไม่ใช่แค่ท้องอืด!

รู้ตัวหรือยัง? เช็กคน 5 กลุ่มที่  "ไม่ควรดื่มนมตอนเช้า" เผยผลกระทบ ไม่ใช่แค่ท้องอืด!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไม่ใช่ทุกคนที่ดื่มแล้วดี! 5 กลุ่มคนที่ไม่แนะนำให้ดื่มนมช่วงเช้า และเคล็ดลับการดื่มนมให้ถูกเวลา

สุขภาพต้องรู้: ดื่มนมตอนเช้าดีจริงหรือ? เผย 5 กลุ่มคนที่ไม่ควรดื่มนมมื้อแรกของวัน เสี่ยงส่งผลเสียต่อร่างกาย

"นม" ถือเป็นเครื่องดื่มสารพัดประโยชน์ที่อุดมไปด้วยสารอาหารจำเป็นต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน, คาร์โบไฮเดรต, แคลเซียม, โพแทสเซียม, ไขมันดี รวมถึงวิตามินดี ทำให้การดื่มนมในตอนเช้าร่วมกับอาหารมื้ออื่นๆ กลายเป็นพฤติกรรมยอดฮิตของใครหลายคนเพราะเชื่อว่าจะช่วยเติมพลังงานให้ร่างกายพร้อมลุยวันใหม่

ทว่าในมุมของนักโภชนาการ การดื่มนมในตอนเช้าตรู่อาจไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน เนื่องจากในช่วงเช้า ระดับโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ในกระแสเลือดจะค่อนข้างต่ำ (ซึ่งฮอร์โมนนี้จะสูงขึ้นเล็กน้อยหลังจากทานอาหารไปแล้ว 3-4 ชั่วโมง และจะพุ่งสูงที่สุดเมื่อร่างกายเข้าสู่สภาวะหลับลึกเกิน 1 ชั่วโมง) ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำว่า หากต้องการดื่มนมในช่วงเช้า ควรดื่มหลังจากทานอาหารเช้าไปแล้ว 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อย่างไรก็ตาม สำหรับบุคคล 5 กลุ่มต่อไปนี้ การดื่มนมตอนเช้าอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี

5 กลุ่มคนที่ไม่ควรดื่มนมในตอนเช้า

  • 1. ผู้ที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดช่องท้อง: คนไข้ที่เพิ่งผ่าตัดบริเวณช่องท้องมักจะมีอาการแน่นท้องและเกิดแก๊สในกระเพาะได้ง่าย ในขณะที่นมมีส่วนประกอบของไขมันและโปรตีนเคซีน (Casein) ซึ่งเมื่อทำปฏิกิริยากับน้ำย่อยในลำไส้แล้วจะก่อให้เกิดแก๊ส ทำให้ท้องอืด ท้องเฟ้อ และส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของระบบย่อยอาหาร

  • 2. ผู้ป่วยโรคโลหิตจาง: การดื่มนมในตอนเช้าจะทำให้แคลเซียมและฟอสฟอรัสในน้ำนมเข้าไปจับตัวกับธาตุเหล็ก จนกลายเป็นสารประกอบที่ไม่ละลายน้ำ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงและขัดขวางกระบวนการดูดซึมธาตุเหล็กเข้าสู่ร่างกาย

  • 3. ผู้ที่มีภาวะกรดไหลย้อน: การดื่มนมในช่วงเช้าอาจเข้าไปกระตุ้นและเพิ่มความรุนแรงของอาการกรดไหลย้อน รวมถึงทำให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ไหลย้อนกลับขึ้นมาทางหลอดอาหารมากขึ้น

  • 4. ผู้ที่มีอาการระบบทางเดินอาหารอักเสบ: นมมีส่วนทำให้อาการอักเสบในระบบทางเดินอาหารรุนแรงขึ้น เนื่องจากส่งผลกระทบต่อระดับความเป็นกรดในกระเพาะอาหารที่มีต่อบริเวณที่เกิดการติดเชื้อหรืออักเสบ

  • 5. ผู้ที่อยู่ในช่วงทานยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ): การดื่มนมและทานยาปฏิชีวนะในเวลาที่ใกล้เคียงกันเกินไปจะทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่ลดทอนประสิทธิภาพการทำงานของยา ดังนั้น จึงควรดื่มนมและทานยาให้ห่างกันอย่างน้อย 1 ชั่วโมง

แล้ว "ช่วงเวลาไหน" ที่ดื่มนมแล้วดีต่อสุขภาพที่สุด?

  • ดื่มนมก่อนนอน (ดีที่สุดสำหรับการพักผ่อน): การดื่มนมในช่วงค่ำหรือก่อนนอนมีส่วนช่วยปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับให้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้หลับง่ายและหลับสนิท เนื่องจากในน้ำนมมีสารทริปโตเฟน (Tryptophan) และเมลาโทนิน (Melatonin) ที่จำเป็นต่อการนอนหลับ ช่วยคลายความวิตกกังวล ทั้งนี้ ควรดื่มก่อนเข้านอนประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการอาหารไม่ย่อยและส่งผลกระทบต่อระบบเผาผลาญขณะหลับ

  • ดื่มนมหลังเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย: หลังจากเสียเหงื่อและใช้พลังงานไปอย่างหนัก การดื่มนมอย่างถูกวิธีหลังออกกำลังกายจะช่วยชดเชยน้ำและสารอาหารที่สูญเสียไป อีกทั้งสารอาหารในนมยังมีส่วนช่วยซ่อมแซมและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ พร้อมทั้งบำรุงกระดูกให้แข็งแรงอีกด้วย

สรุปแล้ว การดื่มนมมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ไม่ได้เหมาะกับทุกคนและทุกช่วงเวลา โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร กรดไหลย้อน โลหิตจาง เพิ่งผ่าตัดช่องท้อง หรืออยู่ระหว่างใช้ยาปฏิชีวนะ ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ หากต้องการดื่มนมให้ได้ประโยชน์สูงสุด ควรเลือกช่วงเวลาที่เหมาะกับร่างกาย เช่น หลังอาหาร หลังออกกำลังกาย หรือก่อนนอนประมาณ 2 ชั่วโมง และหากมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนดื่มเป็นประจำ เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพในระยะยาว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
NewsPulse
กำลังโหลดข้อมูล