แบต Easy Pass หมดเช็กยังไง? วิธีเช็กง่ายๆ ดูได้เลย ไม่ต้องลุ้นติดหน้าด่าน!

แบต Easy Pass หมดเช็กยังไง? วิธีเช็กง่ายๆ ดูได้เลย ไม่ต้องลุ้นติดหน้าด่าน!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เช็กได้เลยง่ายๆ! วิธีเช็กแบต Easy Pass ว่าใกล้หมดหรือยัง?

หลายคนใช้งาน Easy Pass มาอย่างยาวนานจนลืมไปว่าอุปกรณ์ตัวนี้ไม่ได้อยู่ยงคงกระพัน หากช่วงหลังมานี้คุณเริ่มเจอปัญหา "อุปกรณ์ไม่อ่านสัญญาณ" บ่อยขึ้น ทั้งที่มียอดเงินคงเหลือเพียงพอ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าถึงเวลาต้องตรวจเช็กสุขภาพเครื่องกันแล้วครับ

วิธีเช็กง่ายๆ ว่า Easy Pass โดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย EXAT

โดยปกติแล้ว Easy Pass จะมีอายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 5 ปี หรือคุณอาจจะสังเกตได้ง่ายๆ หากตัวเครื่องเริ่มไม่ทำงานเวลาเข้าช่องทางด่วน นั่นอาจหมายความแบตของตัวเครื่องอาจใกล้จะหมดแล้ว อย่างไรก็ตาม วันนี้ทาง EXAT ได้มาแชร์วิธีเช็กแบบชัวร์ๆให้กับทุกคน นั่นคือการดูที่ "รหัสการผลิต" ของตัว Easy Pass นั่นเอง

โดยให้คุณพลิกดูด้านหลังเครื่อง Easy Pass แล้วสังเกต ตัวเลข 4 หลักสุดท้าย ซึ่งจะเป็นตัวบอก "สัปดาห์และปี" ที่ผลิตครับ:

  • 2 หลักแรก: คือ ปี ที่ผลิต (ค.ศ.)

  • 2 หลักท้าย: คือ สัปดาห์ ที่ผลิตของปีนั้น

ตัวอย่างการอ่านค่า: หากเลขลงท้ายด้วย ...0938

  • 09 = ผลิตในปี 2009

  • 38 = ผลิตในสัปดาห์ที่ 38 ของปี (หากนับถึงปัจจุบัน เครื่องนี้ก็มีอายุเกิน 10 ปีแล้ว แบตเตอรี่หมดแน่นอนครับ)

หาก Easy Pass แบตหมด ต้องทำอย่างไร?

หากเช็กแล้วพบว่าเครื่องของคุณเข้าข่ายแบตเสื่อม ไม่ต้องแกะเครื่องมาเปลี่ยนถ่านเองให้เหนื่อย (และอาจทำเครื่องพัง) ครับ เพราะทาง กทพ. เขามีบริการ เปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ให้ฟรี!

  • สถานที่ติดต่อ: อาคารด่านเก็บค่าผ่านทางทุกแห่ง หรือศูนย์บริการลูกค้า Easy Pass (Fast Service)

  • สิ่งที่ต้องเตรียม: ตัวเครื่อง Easy Pass เดิม และบัตร Smart Card (ถ้ามี)

  • ค่าธรรมเนียม: ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนเครื่องใหม่ครับ

อ่านจบแล้ว ก็ลองไปเช็คกันดูนะครับ ว่าตอนนี้แบตของ Easy Pass ของคุณใกล้จะหมดหรือยัง ถ้าใกล้แล้วก็สามารถนำไปเปลี่ยนไปเลยฟรีๆครับ!

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
NewsPulse
กำลังโหลดข้อมูล